
5 ขั้นตอนในการทำให้งานบัญชีของคุณเป็นอัตโนมัติ
การระบาดของ COVID-19 ทำให้เราเห็นความสำคัญของการทำงานจากระยะไกลและการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานบัญชี ที่การจัดการเอกสารและการพบปะลูกค้าแบบตัวต่อตัวสามารถเป็นจุดเสี่ยงในการแพร่เชื้อได้
จากการสำรวจพบว่า 81% คาดว่าจะมีการทำงานระยะไกลเพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคต ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและการนำเทคโนโลยีคลาวด์มาใช้จึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ แต่ความจริงแล้ว ประโยชน์ของการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลนั้นมีอยู่ก่อนการแพร่ระบาด โดยช่วยให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการใช้กระดาษ และทำให้เราสามารถทำงานได้จากทุกที่

ถ้าคุณอยากให้สำนักงานของคุณรวมถึงงานบัญชีเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัล แต่ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ไม่ต้องกังวล! การทำให้เป็นดิจิทัลไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงทำตาม 5 ขั้นตอนนี้ แล้วคุณจะพบกับทางเลือกใหม่ของการทำงานที่สะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Table of Contents
Toggle1. มีช่องทางการสื่อสารที่เป็นหนึ่งเดียว
งานบัญชีไม่ใช่แค่การทำไฟล์และตารางข้อมูลให้เสร็จเท่านั้น แต่ยังต้องมีการสื่อสารกับลูกค้าและเพื่อนร่วมงานด้วย เพื่อให้ทุกคนทำงานไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างราบรื่น การมีช่องทางการสื่อสารที่ทุกคนสามารถใช้ร่วมกันได้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพ ลดความสับสน และเพิ่มความร่วมมือระหว่างทีมงาน ตัวอย่างเช่น การใช้แอปพลิเคชันอย่าง MS Team หรือ Virtual Space Platform ที่ทำให้ทุกคนในทีมสามารถพูดคุยกันในแพลตฟอร์มเดียวได้ และยังสามารถสร้างกลุ่มแยกสำหรับหัวข้อย่อยที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย เช่น การสร้างกลุ่มสำหรับแผนกบัญชี การสร้างกลุ่มสำหรับแผนกการเงิน หรือการสร้างกลุ่มสำหรับการสื่อสารกับลูกค้ารายต่าง ๆ

การใช้แอปเหล่านี้ยังทำให้คุณสามารถดูว่าใครกำลังออนไลน์และพร้อมทำงานกับคุณได้บ้าง ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันในการตั้งค่าการแจ้งเตือนและการเตือนความจำ ช่วยให้ทีมงานของคุณไม่พลาดกำหนดส่งงานสำคัญ หรือการประชุมที่ต้องเข้าร่วม การสื่อสารที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้นถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำให้ทีมงานของคุณทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ
2. ใช้ซอฟต์แวร์ที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว
การจัดการข้อมูลและการดำเนินงานที่ซับซ้อน เช่น การประมวลผลข้อมูลบัญชีอย่างใบแจ้งหนี้ การจัดการเงินเดือน หรือบัญชีลูกหนี้และเจ้าหนี้ หากต้องใช้หลาย ๆ แพลตฟอร์มพร้อมกันอาจทำให้เกิดความสับสนและทำให้กระบวนการทำงานล่าช้า การเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่รวมทุกอย่างไว้ในแพลตฟอร์มเดียวจะช่วยให้กระบวนการทำงานของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความเป็นระเบียบ ตัวอย่าง ERP เช่น SAP เป็นซอฟต์แวร์บัญชีที่ถูกออกแบบมาเพื่อความง่ายในการใช้งานและมีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์สำหรับสำนักงานบัญชีตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่

ซอฟต์แวร์เหล่านี้ไม่เพียงแค่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังช่วยในการจัดการข้อมูลได้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงของการสูญหายของข้อมูล และช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบบัญชี การตรวจสอบรายงานทางการเงิน หรือการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ ทำให้การใช้ซอฟต์แวร์บัญชีที่มีฟังก์ชันการทำงานครบครันนั้นเป็นสิ่งจำเป็นในการนำพาแผนกบัญชีไปสู่การทำงานแบบอัตโนมัติและทันสมัย
3. เปลี่ยนมาใช้เอกสารออนไลน์
การจัดการใบเสร็จในรูปแบบกระดาษนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและมีความเสี่ยงที่จะสูญหายได้ง่าย ไม่เพียงเท่านั้น หากเอกสารถูกเก็บไว้นาน ๆ ข้อความในใบเสร็จอาจจะเริ่มจางลงหรือเสื่อมสภาพ ทำให้อ่านยาก
โชคดีที่เทคโนโลยีการอ่านข้อมูลภาพในปัจจุบันได้พัฒนาไปถึงขั้นที่ข้อมูลจากใบเสร็จสามารถถูกแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัลได้ด้วยการถ่ายรูป ด้วยความสามารถของ Intelligent Document Processing (IDP) สามารถ ‘อ่าน’ ข้อมูลจากรูปภาพและใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้าระบบผ่านช่องทางต่างๆ แล้วดึงข้อมูลออกมาอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดเวลาที่ใช้ในการป้อนข้อมูล ทำให้สามารถนำเวลาที่เหลือไปใช้กับงานที่มีมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน หรือการให้คำปรึกษาทางการบัญชี


การจัดเก็บเอกสารในรูปแบบดิจิทัลไม่เพียงแค่ลดภาระการเก็บรักษาเอกสารที่เป็นกระดาษ แต่ยังทำให้การเข้าถึงข้อมูลง่ายและรวดเร็วมากขึ้น สามารถค้นหาเอกสารที่ต้องการได้ทันทีจากระบบฐานข้อมูลออนไลน์ และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงานร่วมกันภายในทีม เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้พร้อมกัน
4. เปลี่ยนมาใช้การเรียกเก็บเงินออนไลน์
การย้ายมาใช้ระบบการเรียกเก็บเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือการออกใบแจ้งหนี้ออนไลน์ไม่เพียงแต่ช่วยลดการใช้กระดาษ แต่ยังช่วยให้การทำงานรวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น คุณสามารถตั้งค่าการออกใบแจ้งหนี้อัตโนมัติให้ลูกค้าได้ง่าย ๆ และยังสามารถตั้งระบบเตือนความจำลูกค้าเกี่ยวกับวันที่ครบกำหนดชำระเงิน ทำให้ช่วยลดปัญหาการเรียกเก็บเงินที่ล่าช้าได้

นอกจากนี้ การใช้การเรียกเก็บเงินออนไลน์ยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิมพ์และขนส่งเอกสารในรูปแบบกระดาษ ซึ่งเป็นการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ฉะนั้น การเปลี่ยนมาใช้การเรียกเก็บเงินออนไลน์จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้งานบัญชีของคุณทันสมัย มีประสิทธิภาพ และยังมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน
5. อัปเดตข้อมูลให้ลูกค้าแบบเรียลไทม์
การให้ข้อมูลและคำปรึกษาที่ทันสมัยและแม่นยำแก่ลูกค้าเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในธุรกิจบัญชี ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน คุณไม่จำเป็นต้องใช้เวลาหลายวันในการจัดทำรายงานทางบัญชีหรือการวิเคราะห์ข้อมูลให้กับลูกค้าอีกต่อไป เพราะซอฟต์แวร์สามารถประมวลผลเอกสารทั้งหมดของคุณ ดึงข้อมูลที่จำเป็น และให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าแบบเรียลไทม์ได้

การนำเทคโนโลยี Robotic Process Automation (RPA) มาใช้ร่วมกับ Intelligent Document Processing (IDP) จะช่วยให้การจัดการข้อมูลและการอัปเดตข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วและอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น โดย RPA จะช่วยในการทำงานซ้ำ ๆ ที่ใช้เวลาและแรงงาน เช่น การดึงข้อมูลจากเอกสาร การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และการอัปเดตข้อมูลลงในระบบบัญชี ขณะที่ IDP จะใช้ Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning (ML) เพื่อจัดการและเรียนรู้ข้อมูลที่ซับซ้อนจากเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ หรือรายงานทางการเงิน
เมื่อรวม RPA และ IDP เข้าด้วยกัน คุณจะได้กระบวนการทำงานที่รวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งสามารถประมวลผลข้อมูลทางบัญชีของลูกค้า เช่น บัญชีเจ้าหนี้และลูกหนี้ และส่งออกไปยังซอฟต์แวร์บัญชีหรือเครื่องมือรายงานผลที่คุณเลือกได้โดยอัตโนมัติ สิ่งนี้ช่วยให้คุณสามารถให้คำแนะนำทางธุรกิจแก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้คุณสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกที่ถูกต้องและทันสมัยแก่ลูกค้าได้มากขึ้น ทำให้คุณกลายเป็นพันธมิตรที่ขาดไม่ได้ในการตัดสินใจทางธุรกิจของลูกค้า และเพิ่มมูลค่าในการให้บริการของแผนกบัญชีของคุณได้อย่างเต็มศักยภาพ
สนใจทดลองใช้งาน IDP หรือต้องการให้ประเมินเอกสารสำหรับการใช้งาน ติดต่อ ZyGen
References:
5 Steps to Automate Your Accounting Practice
Bring the remote work trend into your accounting classroom – Extra Credit (journalofaccountancy.com)
Author: Thanakhan P.
ติดต่อทีมที่ปรึกษาของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์ม
แชร์บทความ:
- บทความล่าสุด
SAP Build Apps คืออะไร ต่างจาก SAP Build อื่นๆ อย่างไร
SAP ERP คืออะไร เหมาะกับองค์กรแบบไหนบ้าง
Offline Marketing ยังสำคัญอยู่หรือไม่? ตกยุคแล้วหรือยังในปี 2026
AI Readiness Assessment คืออะไร ประเมินความพร้อมองค์กรก่อนใช้ AI
Related Posts



SAP Build Apps คืออะไร ต่างจาก SAP Build อื่นๆ อย่างไร
