ABAP Cloud ต้องใช้ไหม? บังคับหรือแค่แนะนำ ขึ้นอยู่กับ S/4HANA edition ที่องค์กรใช้

ABAP Cloud ไม่ได้บังคับใช้ทุกองค์กร SAP บังคับเฉพาะใน SAP BTP ABAP Environment และ SAP S/4HANA Cloud Public Edition ส่วน Private Edition และ on-premise SAP แนะนำให้ใช้ แต่ไม่บังคับ 

ABAP Cloud คือแนวทางการพัฒนา ABAP รูปแบบใหม่ที่อนุญาตให้ส่วนต่อขยายของระบบใช้งานเฉพาะ API ที่ SAP เปิดให้ใช้อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้การอัปเกรดระบบในอนาคตทำได้ง่ายขึ้นและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระบบหลัก หากต้องการทำความเข้าใจแนวคิดและองค์ประกอบของ ABAP Cloud แบบละเอียด สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ “ABAP Cloud โมเดลการพัฒนา ABAP แบบใหม่” 

บทความนี้จะโฟกัสอีกมุมหนึ่งที่ IT Director และผู้บริหารด้านเทคโนโลยีมักถามต่อจากนั้น นั่นคือ 

  • องค์กรของเราจำเป็นต้องใช้หรือไม่
  • SAP บังคับกับระบบแบบไหน 
  • คำว่า “แนะนำ” มีความหมายอย่างไรในทางปฏิบัติ 
  • การตัดสินใจวันนี้จะส่งผลต่อการย้ายระบบในอนาคตอย่างไร 

ทำความรู้จัก ABAP Cloud เพิ่มเติมได้ที่: ABAP Cloud โมเดลการพัฒนา ABAP แบบใหม่ สำหรับสร้างแอปพลิเคชันบน SAP S/4HANA

ABAP Cloud ต้องใช้ไหม ตาม edition ของ SAP 

หากดูจาก FAQ ที่ SAP เผยแพร่ไว้ สถานะของ ABAP Cloud ในแต่ละ edition สามารถสรุปได้ดังนี้ 

ที่ใช้งานสถานะของ ABAP Cloudเริ่มใช้ได้ตั้งแต่
SAP BTP ABAP Environment บังคับ ทุก release 
SAP S/4HANA Cloud Public Edition บังคับ (ไม่มีทางเลือกเขียน classic ABAP บนระบบ) 2208 — ก่อนหน้านั้นลูกค้าเขียน ABAP บนระบบไม่ได้เลย ใช้ได้แค่ key user extensibility หรือทำนอกระบบบน BTP 
SAP S/4HANA Cloud Private Edition แนะนำ (ตามแนวทาง clean core) 2022 
SAP S/4HANA on-premise แนะนำ (ตามแนวทาง clean core) 2022 

หมายเหตุเรื่องชื่อ: SAP เปลี่ยนชื่อ S/4HANA Cloud Public Edition เป็น SAP Cloud ERP และ S/4HANA Cloud Private Edition เป็น SAP Cloud ERP Private ส่วน SAP S/4HANA แบบ on-premise ยังใช้ชื่อเดิม บทความนี้ใช้ชื่อเดิมตามเอกสาร ABAP Cloud FAQ ของ SAP ซึ่งยังใช้ชื่อเหล่านี้อยู่ 

(Clean Core คือแนวคิดที่ SAP ใช้เรียกการรักษาแกนหลักของระบบให้ใกล้มาตรฐานมากที่สุด และแยกส่วนต่อขยายออกจากระบบหลัก เพื่อให้อัปเกรดและดูแลรักษาได้ง่ายขึ้น) 

จุดที่ควรสังเกตคือ แม้ Private Edition และ on-premise จะไม่ถูกบังคับ แต่ SAP ก็วางทิศทางของผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับแนวคิด Clean Core มากขึ้นเรื่อย ๆ 

อีกเงื่อนไขหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือ ABAP Cloud ไม่สามารถใช้ได้กับทุกเวอร์ชันของ S/4HANA SAP ระบุว่า API และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมีให้ใช้งานตั้งแต่ S/4HANA release 2022 เป็นต้นไป ดังนั้น หากองค์กรยังอยู่บน release ที่เก่ากว่านี้ ก็ยังไม่สามารถนำ ABAP Cloud มาใช้บนระบบ S/4HANA นั้นได้ 

อย่างไรก็ตาม release 2022 เป็นเพียงขั้นต่ำ จำนวน API ที่ SAP ปล่อยให้ใช้ (released API) เพิ่มขึ้นทุก release ในทางปฏิบัติ ถ้าตั้งใจใช้ ABAP Cloud จริงจัง ควรวางแผนที่ release 2023 ขึ้นไป เพื่อลดกรณีที่หา API มาใช้แทนของเดิมไม่ได้

“แนะนำ” หมายความว่าอย่างไร 

หลายองค์กรอ่านเอกสาร SAP แล้วพบคำว่า “Recommended” คำถามต่อมาคือ ถ้าไม่บังคับ แล้วจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ใช่ไหม? ในทางเทคนิค คำตอบคือใช่ แต่ในเชิงกลยุทธ์ คำตอบอาจไม่ได้ง่ายขนาดนั้น 

เหตุผลข้อแรกที่ใช้ได้กับทุกองค์กร คือต้นทุนการอัปเกรดใน edition ที่ใช้อยู่ ส่วนต่อขยายที่เรียกใช้เฉพาะ API ที่ SAP ปล่อยให้ใช้ จะไม่พังเมื่อ SAP เปลี่ยนโครงสร้างภายในของระบบ ทุกครั้งที่อัปเกรด release งานตรวจและแก้ custom code จึงลดลง ข้อนี้มีผลแม้องค์กรจะไม่มีแผนย้าย edition เลยก็ตาม 

เหตุผลข้อที่สองคือความยืดหยุ่นในอนาคต สำหรับองค์กรที่ใช้ Private Edition หรือ on-premise SAP อธิบายแนวทางไว้ค่อนข้างชัดเจนว่า หากสามารถใช้ ABAP Cloud ได้ ก็ควรใช้ให้มากที่สุดเท่าที่เหมาะสม และถ้าวันหนึ่งองค์กรตัดสินใจย้ายไป Public Edition ส่วนต่อขยายที่สร้างตามแนวทาง ABAP Cloud มักย้ายต่อได้ง่ายกว่า และมีความเสี่ยงน้อยกว่าระหว่างการเปลี่ยนผ่านระบบ 

ในทางกลับกัน SAP ยังคงสนับสนุนการพัฒนาแบบ classic ABAP ต่อไป และไม่ได้บังคับให้องค์กรต้องเขียนใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม SAP ก็ระบุไว้เช่นกันว่า การพึ่งพาแนวทาง classic มากเกินไป อาจทำให้การย้ายไป Public Edition ในอนาคตมีความซับซ้อนและมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ABAP Cloud ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่โค้ดเดิมทั้งหมด แนวทางของ SAP คือใช้ ABAP Cloud กับงานพัฒนาใหม่ ส่วนโค้ดเดิมค่อย ๆ ปรับตามความจำเป็น ไม่ใช่คำสั่งให้ทุกองค์กรต้องรื้อระบบเดิมแล้วเริ่มใหม่ 

ในเดือนสิงหาคม 2025 SAP ปรับแนวทางประเมินส่วนต่อขยายจากโมเดล 3 tier เดิม มาเป็นการจัดระดับ A ถึง D (Level A คือ ABAP Cloud ส่วน Level B ถึง D ไล่ตามความเสี่ยงของโค้ดแบบ classic) เพื่อแยกความเสี่ยงของโค้ดเดิมให้ละเอียดขึ้น แทนการแบ่งแค่ clean หรือไม่ clean

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: ABAP ในยุค S/4HANA ปี 2026: RAP, CDS, Extensibility และ Clean Core ที่องค์กรต้องรู้

นั่นสะท้อนให้เห็นว่า SAP เองก็รับรู้ความเป็นจริงขององค์กรขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้ในครั้งเดียว 

ชื่อที่มักสับสนเมื่อค้นหาเรื่อง ABAP Cloud 

เอกสารและบทความที่พบใช้ชื่อเหล่านี้ปนกัน วิธีจำที่ง่ายคือ ABAP Cloud เป็น “กฎการสร้างบ้าน” ส่วน BTP ABAP Environment เป็น “ที่ดินเช่า” ที่ต้องทำตามกฎเสมอ 

ชื่อที่พบความหมาย
ABAP Cloud รูปแบบการพัฒนา (development model) ที่ใช้ได้ทั้งบน BTP และใน S/4HANA 
SAP BTP ABAP Environment บริการรัน ABAP บนคลาวด์ของ SAP (BTP) ที่ใช้ ABAP Cloud ทุก release 
Steampunk และ Embedded Steampunk ชื่อโครงการภายในของ SAP สำหรับ ABAP Environment บน BTP และใน S/4HANA ซึ่งมักพบในบล็อกสายพัฒนา 
ABAP on Cloud คำที่หลายเว็บใช้เรียกการพัฒนา ABAP บนคลาวด์ แต่ความหมายไม่ตรงกันทุกที่ 

ถ้าเห็นคำเหล่านี้ในข้อเสนอของผู้ให้บริการ ควรถามให้ชัดว่าหมายถึงรูปแบบการพัฒนาหรือตัวบริการ 

อีกจุดที่มักสับสนคือ การย้ายระบบ SAP ไปรันบน AWS, Azure หรือ Google Cloud ไม่ได้ทำให้ระบบนั้นใช้ ABAP Cloud ระบบที่ย้ายไปรันบน hyperscaler ยังเขียนโค้ดแบบ classic ABAP ได้ตามเดิม เช่นเดียวกับ S/4HANA Cloud Private Edition (RISE) ซึ่งรันบนคลาวด์ แต่ยังเขียน classic ABAP ได้

การย้ายจาก ECC ก่อนปี 2027 เกี่ยวกับ ABAP Cloud อย่างไร 

SAP ประกาศว่า Mainstream Maintenance ของ SAP Business Suite 7 ซึ่งรวม ECC 6.0 ตั้งแต่ EHP 6 ถึง 8 จะสิ้นสุดปลายปี 2027 หลังจากนั้นมีทางเลือกซื้อ Extended Maintenance ต่อได้ถึงปลายปี 2030 โดยเสียค่าบริการเพิ่ม 2 percentage points จากฐานค่า maintenance เดิม นอกจากนี้ SAP ยังมีทางเลือก SAP ERP, private edition, transition option สำหรับลูกค้า RISE ที่ให้การดูแล ECC ต่อได้ถึงปลายปี 2033 ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ 

สองเรื่องที่เชื่อมกับ ABAP Cloud โดยตรง 

  1. เวอร์ชันปลายทางของ S/4HANA มีผล ถ้าองค์กรอยากใช้ ABAP Cloud ในระบบใหม่ ต้องเลือก release 2022 ขึ้นไป (แนะนำ 2023 ขึ้นไป) 
  2. ตัวเลือกระหว่าง ABAP Cloud กับ classic มีผลต่อต้นทุนอัปเกรดทุกรอบและการย้ายในอนาคต ตามที่ SAP เตือนไว้ในหัวข้อ “แนะนำ” ข้างบน

ABAP Cloud ใช้บนตัวระบบ ECC ไม่ได้ แต่องค์กรที่ยังอยู่บน ECC สามารถสร้างส่วนต่อขยายใหม่ด้วย ABAP Cloud บน SAP BTP ABAP Environment แยกออกมาจากระบบหลักได้ (side-by-side) ทางนี้เหมาะกับงานใหม่ที่อยากให้ย้ายตามไป S/4HANA ได้โดยไม่ต้องเขียนซ้ำ และ ABAP Cloud ไม่ได้เป็นข้อกำหนดสำหรับทุกโครงการ Migration 

อย่างไรก็ตาม หากองค์กรมีแผนใช้ SAP S/4HANA รุ่นใหม่ หรือมีเป้าหมายในการปรับระบบให้สอดคล้องกับแนวทาง Clean Core การทำความเข้าใจ ABAP Cloud ตั้งแต่ช่วงวางแผนอาจช่วยลดการปรับแก้ในอนาคตได้ อีกประเด็นที่ควรพิจารณาคือ การตัดสินใจเกี่ยวกับ Custom Code ในวันนี้ อาจส่งผลต่อความยืดหยุ่นของระบบในอีกหลายปีข้างหน้า ยิ่งองค์กรมี Custom Code จำนวนมาก การวางแนวทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับ Roadmap ของ SAP ก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น 

5 คำถามที่ควรถามทีม dev ก่อนวางแผนย้าย 

ก่อนตัดสินใจเรื่อง Architecture หรือแนวทางการพัฒนาในอนาคต ลองพูดคุยกับทีมพัฒนาและทีม SAP โดยใช้คำถามเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้น 

1. Custom Code ปัจจุบันมีจำนวนมากแค่ไหน 

องค์กรหลายแห่งใช้งาน SAP มานานหลายปี ระหว่างทางมักมีการสร้าง Report, Interface, Enhancement และโปรแกรมเฉพาะทางเพิ่มเติมอยู่เสมอ การรู้ขนาดและประเภทของ Custom Code ที่มีอยู่ จะช่วยให้เห็นภาพว่าการปรับตัวเข้าสู่แนวทาง Clean Core มีความซับซ้อนมากน้อยเพียงใด 

2. Custom Code เหล่านั้นยังถูกใช้งานอยู่หรือไม่ 

ไม่ใช่ทุกโปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นจะยังมีคุณค่าทางธุรกิจในปัจจุบัน หลายองค์กรพบว่า Custom Code บางส่วนไม่ได้ถูกใช้งานมาหลายปีแล้ว แต่ยังคงอยู่ในระบบ การแยกสิ่งที่ยังจำเป็นออกจากสิ่งที่สามารถยกเลิกได้ อาจช่วยลดภาระในการดูแลรักษาระบบได้อย่างมาก 

3. มีแผนย้ายไป Public Edition หรือไม่ 

คำถามนี้สำคัญเพราะแนวทางการพัฒนาสำหรับ Public Edition และ Private Edition มีข้อจำกัดแตกต่างกัน หากองค์กรมีเป้าหมายไปยัง Public Edition ในอนาคต การเริ่มพิจารณา ABAP Cloud ตั้งแต่วันนี้อาจช่วยลดงานในการปรับแก้ภายหลังได้ 

จากประสบการณ์ของทีม ZyGen ในโครงการ Public Edition ฟีเจอร์ที่องค์กรคุ้นเคยบน on-premise บางอย่างไม่มีให้ใช้บน Public Edition เช่น Network และ User Status ใน Project System งานที่เคยตั้งค่าได้จึงกลายเป็นงานพัฒนาเพิ่ม ควรไล่ตรวจรายการนี้ตั้งแต่ช่วงวางแผน ไม่ใช่ช่วง Workshop 

4. ทีมพัฒนามีประสบการณ์กับ ABAP Cloud หรือยัง 

แม้ ABAP Cloud จะใช้ภาษา ABAP เหมือนเดิม แต่แนวคิด วิธีการเข้าถึงข้อมูล และข้อจำกัดในการพัฒนามีความแตกต่างจาก classic ABAP อยู่พอสมควร เครื่องมือก็เปลี่ยนด้วย งาน ABAP Cloud พัฒนาใน SE80 ไม่ได้ ต้องใช้ ABAP Development Tools (ADT) บน Eclipse หรือ VS Code ทีมจึงต้องมีเวลาเรียนรู้ทั้งแนวคิดและเครื่องมือ การประเมินความพร้อมของทีมจึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม 

5. Release ปลายทางที่จะย้ายไปคืออะไร 

ABAP Cloud ต้องอาศัยความสามารถที่มีใน SAP S/4HANA รุ่นใหม่ ถ้าวันนี้ยังอยู่บน ECC คำถามที่ต้องถามคือ release ปลายทางของ S/4HANA ที่จะย้ายไปรองรับ ABAP Cloud หรือไม่ (2022 ขึ้นไป และแนะนำ 2023 ขึ้นไป) ส่วนองค์กรที่อยู่บน S/4HANA แล้ว ให้ตรวจ release ปัจจุบันเทียบเงื่อนไขเดียวกัน 

คำถามนี้อาจดูพื้นฐาน แต่ช่วยป้องกันการวางแผนบนสมมติฐานที่ไม่สอดคล้องกับข้อจำกัดของระบบจริง

คำถามที่พบบ่อย 

ABAP Cloud คือชื่อใหม่ของ Steampunk ใช่ไหม 

ไม่ใช่ Steampunk เป็นชื่อโครงการภายในของ SAP สำหรับ ABAP Environment บน BTP ส่วน ABAP Cloud คือรูปแบบการพัฒนาที่เริ่มใช้บนบริการนั้น แล้วขยายมาใช้ใน S/4HANA ด้วย 

ต้องใช้ S/4HANA เวอร์ชันไหนจึงใช้ ABAP Cloud ได้ 

SAP ระบุว่าต้องเป็น release 2022 ขึ้นไป แต่ในทางปฏิบัติควรเป็น 2023 ขึ้นไป เพราะมี API ให้ใช้มากกว่า 

S/4HANA Private Edition หรือ on-premise ต้องใช้ ABAP Cloud ไหม 

ไม่บังคับ SAP แนะนำให้ใช้กับ extension ใหม่ตามแนวทาง clean core ส่วนบังคับเฉพาะ BTP ABAP Environment และ S/4HANA Cloud Public Edition 

ถ้าไม่ใช้ ABAP Cloud ยังทำส่วนต่อขยายแบบ classic ได้ไหม 

ได้ และ SAP ยังสนับสนุนใน Private Edition และ on-premise แต่งานอัปเกรดแต่ละรอบจะหนักกว่า และ SAP เตือนว่าอาจทำให้การย้ายไป Public Edition ภายหลังยากและมีค่าใช้จ่ายสูง 

ย้ายระบบ SAP ไปรันบน AWS หรือ Azure แล้ว ถือว่าใช้ ABAP Cloud แล้วหรือไม่ 

ไม่ใช่ การย้ายโครงสร้างพื้นฐานไปรันบนคลาวด์ของผู้ให้บริการรายอื่น ไม่เปลี่ยนรูปแบบการเขียนโค้ดโดยอัตโนมัติ 

ยังอยู่บน ECC ใช้ ABAP Cloud ได้ไหม 

บนตัว ECC ใช้ไม่ได้ แต่สร้างส่วนต่อขยายใหม่ด้วย ABAP Cloud บน SAP BTP ABAP Environment แยกจากระบบหลักได้ 

ติดต่อทีมที่ปรึกษาของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์ม

แชร์บทความ:  

Facebook
Twitter
LinkedIn
Scroll to Top