ปกบทความ SAP ERP คืออะไร

SAP ERP คืออะไร เหมาะกับองค์กรแบบไหนบ้าง

องค์กรขนาดใหญ่ที่มีหลายหน่วยธุรกิจ หลายสาขา หรือดำเนินงานในหลายประเทศ มักเจอปัญหาที่ต่างจากธุรกิจ SME คือข้อมูลของแต่ละหน่วยงานแยกกันอยู่ในระบบที่ไม่เชื่อมต่อกัน ปิดงบรวมของทั้งกลุ่มบริษัทได้ช้า และกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนข้ามหลายทีมทำให้การตัดสินใจระดับองค์กรล่าช้าตามไปด้วย 

SAP ERP คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความซับซ้อนระดับนี้โดยเฉพาะ บทความนี้จะอธิบายว่า SAP ERP คืออะไร ต่างจาก ERP ทั่วไปและจาก SAP Business One อย่างไร พร้อมสัญญาณที่บอกว่าองค์กรของคุณถึงเวลาต้องพิจารณาระบบระดับ Enterprise แล้วหรือยัง 

SAP ERP คืออะไร 

SAP ERP คือระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning) จาก SAP ที่รวมข้อมูลและกระบวนการทำงานของทุกแผนกไว้ในฐานข้อมูลเดียวกัน ตั้งแต่การเงินและบัญชี การจัดซื้อ การผลิต คลังสินค้าและโลจิสติกส์ ไปจนถึงการบริหารสินทรัพย์และการทำรายงานวิเคราะห์ธุรกิจ 

หัวใจของแนวคิดนี้คือ Single Source of Truth ทุกแผนกทำงานอ้างอิงข้อมูลชุดเดียวกัน ไม่ต้องคอยเทียบตัวเลขข้ามระบบ และเมื่อมีการบันทึกข้อมูลที่จุดใดจุดหนึ่ง เช่น การรับสินค้าเข้าคลัง ข้อมูลนั้นจะเชื่อมโยงไปยังระบบบัญชีและการเงินโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องคีย์ซ้ำหรือรอการกระทบยอดด้วยมือ 

ERP ทั่วไป กับ SAP ERP ต่างกันอย่างไร 

ในตลาดมีผู้ให้บริการ ERP หลายราย และแต่ละรายก็ออกแบบมาเพื่อรองรับกลุ่มธุรกิจที่ต่างกัน ความต่างหลักของ SAP ในตลาด ERP โดยรวมอยู่ที่ความลึกของฟังก์ชันการทำงานและความสามารถในการรองรับกระบวนการที่ซับซ้อนข้ามหลายประเทศ หลายสกุลเงิน และหลายหน่วยธุรกิจพร้อมกัน ซึ่งเป็นจุดที่ ERP บางรายในตลาดยังไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับตั้งแต่ต้น 

SAP เองก็ไม่ได้มีผลิตภัณฑ์ ERP เพียงตัวเดียว แต่แบ่งตามขนาดและความซับซ้อนขององค์กรที่ต้องรองรับ ซึ่งเป็นประเด็นที่จะอธิบายต่อไปในหัวข้อถัดไป 

SAP ERP (Enterprise) ต่างจาก SAP Business One อย่างไร เหมาะกับองค์กรแบบไหน 

ความต่างหลักอยู่ที่ขนาดและความซับซ้อนขององค์กรที่ระบบถูกออกแบบมารองรับ  

SAP Business One เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางถึงกำลังเติบโตที่ต้องการรวมข้อมูลหลักของธุรกิจไว้ในที่เดียวเป็นครั้งแรก  

SAP ERP ระดับ Enterprise ออกแบบมาสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีหลายบริษัทในเครือ หลายหน่วยธุรกิจ หรือดำเนินงานหลายประเทศพร้อมกัน และต้องการฟังก์ชันที่ลึกกว่าในแต่ละด้าน เช่น การบริหารสินทรัพย์โรงงานขนาดใหญ่ หรือการวางแผนการผลิตที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน 

ถ้าธุรกิจของคุณยังอยู่ในช่วงกำลังเติบโต มีบริษัทเดียวหรือไม่กี่สาขา และกำลังมองหาระบบที่มาแทน Excel หรือโปรแกรมบัญชีพื้นฐานเป็นครั้งแรก สามารถเข้าไปอ่านบทความเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าได้ SAP Business One เพิ่มขึ้นได้ [SAP Business One คืออะไร เหมาะกับธุรกิจแบบไหน] แต่ถ้าองค์กรของคุณมีหลายบริษัทในเครือ ปิดงบรวมเป็นประจำ หรือดำเนินงานหลายประเทศอยู่แล้ว SAP ERP อาจจะเป็นระบบที่ตอบโจทย์สำหรับคุณ 

สัญญาณที่บอกว่าองค์กรถึงเวลาต้องมี ERP ระดับ Enterprise 

สัญญาณที่บอกว่าองค์กรเริ่มเกินกำลังของระบบ ERP ขนาดกลาง หรือกำลังใช้ระบบที่ไม่เชื่อมต่อกันหลายตัวอยู่ มักปรากฏในรูปแบบต่อไปนี้ 

  • ข้อมูลของแต่ละบริษัทในเครือไม่เชื่อมกัน ต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายบริษัทด้วยมือก่อนจะได้ภาพรวมของทั้งองค์กร 
  • การปิดงบรวมข้ามหลายบริษัทในเครือล่าช้า เพราะต้องรอข้อมูลจากทุกบริษัทให้ครบก่อนเริ่มรวมงบ 
  • กระบวนการซับซ้อนข้ามหลายประเทศหรือหลายโรงงาน เช่น กฎภาษีที่ต่างกันในแต่ละประเทศ หรือการบริหารสินทรัพย์โรงงานหลายแห่งพร้อมกัน 
  • ระบบเดิมไม่สามารถรองรับปริมาณธุรกรรมได้ทันท่วงที เมื่อองค์กรขยายตัวจนปริมาณงานและความซับซ้อนเกินกว่าที่ระบบเดิมออกแบบมารองรับ 

องค์กรที่เจอสัญญาณเหล่านี้มากกว่าหนึ่งข้อ มักถึงจุดที่ควรพิจารณาระบบ ERP ระดับ Enterprise อย่างจริงจัง 

โมดูลหลักของ SAP ERP 

โมดูล SAP ERP

SAP ERP ครอบคลุมการทำงานหลักขององค์กรไว้หลายด้าน ในระดับภาพรวมประกอบด้วย 

  • โลจิสติกส์และคลังสินค้า (โมดูล MM – Materials Management) ติดตามสต๊อก บริหารต้นทุนการขนส่ง และจัดการซัพพลายเออร์ 
  • การเงินและบัญชี (โมดูล FI/CO – Financial Accounting and Controlling) บันทึกและประมวลผลข้อมูลทางการเงินของทุกหน่วยธุรกิจในระบบเดียว 
  • การผลิต (โมดูล PP – Production Planning) วางแผนและติดตามกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ 
  • การจัดซื้อ (อยู่ในโมดูล MM เช่นกัน ครอบคลุมตั้งแต่การสั่งซื้อไปจนถึงการรับสินค้า) จัดการกระบวนการสั่งซื้อและจัดหาวัตถุดิบหรือสินค้า 
  • สินทรัพย์ (โมดูล PM – Plant Maintenance) บริหารประวัติเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงวางแผนการซ่อมบำรุง 
  • รายงานและวิเคราะห์ (ไม่ได้อยู่ในรูปโมดูลคลาสสิกแบบข้างต้น แต่เป็นกลุ่มเครื่องมือ Analytics ของ SAP เช่น Embedded Analytics หรือ SAP Analytics Cloud) ทำแดชบอร์ดและรายงานแบบ Real-time ให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมองค์กร 

แต่ละโมดูลทำงานเชื่อมโยงกัน ทำให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นในแผนกหนึ่งส่งผลต่อแผนกอื่นได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องรอการส่งต่อข้อมูลด้วยมือระหว่างแผนก 

รูปแบบการใช้งาน Cloud, On-Premise, Hybrid เลือกแบบไหนดี 

SAP ERP เปิดให้เลือกรูปแบบการใช้งานได้ตามความพร้อมและนโยบายด้านข้อมูลขององค์กร 

  • Cloud ERP ดูแลโดยผู้ให้บริการ Cloud เหมาะกับองค์กรที่ต้องการเริ่มใช้งานได้เร็วและลดภาระดูแลเซิร์ฟเวอร์เอง 
  • On-Premise ERP ติดตั้งและดูแลระบบในศูนย์ข้อมูลขององค์กรเอง เหมาะกับองค์กรที่ต้องการควบคุมระบบและข้อมูลอย่างใกล้ชิด หรือมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่เข้มงวด 
  • Hybrid ERP ผสมผสานทั้งสองรูปแบบ เช่น เก็บข้อมูลสำคัญไว้ On-Premise แต่ใช้บางโมดูลผ่าน Cloud 

แต่ละรูปแบบมีข้อดีต่างกันตามบริบทขององค์กร การเลือกที่เหมาะสมควรพิจารณาจากความพร้อมด้าน IT ภายใน นโยบายด้านความปลอดภัยของข้อมูล และลักษณะการดำเนินงานขององค์กรเป็นหลัก 

นอกจากรูปแบบ Cloud/On-Premise/Hybrid ในระดับภาพรวมแล้ว ปัจจุบัน SAP ยังมีโปรแกรมที่บรรจุรวมเครื่องมือและบริการไว้เป็นแพ็กเกจเฉพาะสำหรับการย้ายขึ้น Cloud โดยแบ่งตามกลุ่มลูกค้าชัดเจน 

  • RISE with SAP ออกแบบมาสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ใช้ระบบเดิมอย่าง SAP ECC อยู่แล้ว และต้องการย้ายไปสู่ S/4HANA Cloud แบบ Private Edition แบบครบวงจร โดยรวมเครื่องมือวิเคราะห์และปรับกระบวนการทางธุรกิจ (SAP Signavio) และ SAP Business Technology Platform (BTP) ไว้ในแพ็กเกจเดียว เหมาะกับองค์กร Enterprise ที่มีกระบวนการซับซ้อนและต้องการความยืดหยุ่นสูงในการปรับแต่งระบบ 
  • GROW with SAP ออกแบบมาสำหรับธุรกิจขนาดกลางหรือองค์กรที่เพิ่งเริ่มใช้ ERP เป็นครั้งแรก โดยใช้ S/4HANA Cloud แบบ Public Edition มาพร้อม Best Practice สำเร็จรูป ฟีเจอร์ AI ในตัว และบริการอบรมผู้ใช้งาน เพื่อให้เริ่มใช้งานได้เร็วโดยไม่ต้องปรับแต่งระบบมากนัก 

ทั้งสองโปรแกรมนี้เป็นชื่อเรียกแพ็กเกจการย้ายขึ้น Cloud ของ SAP เอง ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์คนละตัวกับที่อธิบายไปข้างต้น และ GROW with SAP ก็ไม่ใช่ชื่อเดียวกับ SAP Business One แม้จะเจาะกลุ่มองค์กรขนาดเล็กถึงกลางคล้ายกันก็ตาม องค์กรที่กำลังพิจารณาว่าจะเข้าโปรแกรมไหน ควรให้ทีมที่ปรึกษาประเมินจากระบบเดิมและความซับซ้อนของกระบวนการทำงานก่อนตัดสินใจ 

องค์กรขนาดใหญ่ที่ดูแลระบบ ERP กับ ZyGen 

ZyGen วางระบบ SAP ERP ให้กับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีหลายหน่วยธุรกิจมาแล้วหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือกลุ่ม PTT ซึ่ง คุณ Varisara Vitoonkolshi, VP จาก PTT Digital Solutions Company Limited ให้ความเห็นไว้ว่า “ทีมงาน ZyGen มีความเข้าใจรูปแบบธุรกิจของบริษัทฯ” สะท้อนให้เห็นว่าการวางระบบ ERP ระดับ Enterprise ให้สำเร็จ ต้องอาศัยทีมที่เข้าใจความซับซ้อนของกระบวนการทางธุรกิจจริง ไม่ใช่แค่ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคเพียงอย่างเดียว 

คำถามที่พบบ่อย

1. SAP ERP ต่างจาก SAP Business One ตรงไหนบ้าง

ความต่างหลักอยู่ที่ขนาดและความซับซ้อนขององค์กร SAP Business One เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางถึงกำลังเติบโตที่มีบริษัทเดียวหรือไม่กี่สาขา ส่วน SAP ERP ระดับ Enterprise เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีหลายบริษัทในเครือหรือดำเนินงานหลายประเทศ

2. องค์กรที่มีระบบแยกกันหลายตัวอยู่แล้ว ต้องเปลี่ยนมาใช้ SAP ERP ทั้งหมดทีเดียวไหม

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งหมดในครั้งเดียว หลายองค์กรเริ่มจากการประเมินว่าแผนกหรือหน่วยธุรกิจใดได้รับผลกระทบจากข้อมูลไม่เชื่อมกันมากที่สุดก่อน แล้ววางแผนทยอยนำระบบเข้ามาแทนที่ตามความพร้อม

3. ควรเลือก Cloud, On-Premise หรือ Hybrid ดี

ขึ้นอยู่กับความพร้อมด้าน IT ภายในองค์กร นโยบายความปลอดภัยของข้อมูล และลักษณะการดำเนินงาน แนะนำให้ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินและเลือกแนวทางที่เหมาะกับองค์กรของคุณโดยเฉพาะ

Author: Noppawan P.

ติดต่อทีมที่ปรึกษาของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์ม

แชร์บทความ:  

Facebook
Twitter
LinkedIn
Scroll to Top