Modern ABAP ในยุค S/4HANA: ทำไมการเขียนโค้ดแบบเดิมถึงกลายเป็น “ระเบิดเวลา” ของธุรกิจ?
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกของ SAP ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านจากระบบแบบเดิม (ECC) ไปสู่ S/4HANA ซึ่งไม่ใช่แค่ “การอัปเกรดระบบ” แต่เป็นการ “เปลี่ยนวิธีคิด” ของการพัฒนา ABAP อย่างสิ้นเชิง บทความนี้จะพาคุณเข้าใจ 3 แกนสำคัญที่ Developer ทุกคนต้องรู้
- การเปลี่ยนแปลงของ Custom Code
- การเตรียมตัวก่อนขึ้น S/4HANA
- แนวคิด Modern ABAP และ RAP
มาดูกันว่า รายละเอียดมีอะไรบ้าง
Table of Contents
Toggle1. จาก Classic ABAP สู่แนวคิดใหม่
ปัญหาของ ABAP แบบเดิม
ในยุค ECC การพัฒนา ABAP มีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น
- การแก้ Standard (Modification) ทำให้ upgrade ยาก
- ดึงข้อมูลจำนวนมากมา process ที่ application (Data-to-Code)
- ไม่มี API ที่เป็นมาตรฐาน ทำให้โค้ดพังเมื่อระบบเปลี่ยน
- โค้ดจำนวนมากไม่รองรับ Cloud
สิ่งเหล่านี้สะสมจนกลายเป็น “Technical Debt” ที่ทำให้ระบบดูแลยากในระยะยาว
แนวคิดใหม่ Code-to-Data
S/4HANA เปลี่ยนแนวคิดเป็น
“เอา logic ไปไว้ที่ database แล้วดึงเฉพาะผลลัพธ์”
ตัวอย่างเช่น
- ใช้ CDS View แทนการ SELECT หลายชั้น
- ลด Data Transfer
- เพิ่ม Performance อย่างมาก
2. Clean Core หัวใจของการพัฒนา SAP ยุคใหม่
SAP ผลักดันแนวคิด Clean Core เพื่อให้ระบบ
- Upgrade ง่าย
- ลดความเสี่ยง
- รองรับ Cloud
ระดับของ Clean Core
- Level A (ดีที่สุด)
ใช้เฉพาะ API ที่ SAP รองรับ (Released API) - Level B
ใช้ของเก่าได้ แต่ต้อง “wrap” ให้ปลอดภัย - Level C
ใช้งานได้ แต่มีความเสี่ยงตอน upgrade - Level D (ห้าม)
แก้ Standard โดยตรง
เป้าหมายคือ “ดันระบบไป Level A ให้มากที่สุด”
วิธี Extend ระบบแทนการ Modify
SAP แนะนำ 3 วิธี ดังนี้
- In-App Extensibility
ปรับหน้าจอ/field โดยไม่แก้ core - Developer Extensibility (RAP)
สร้าง logic ใหม่ใน framework - Side-by-Side (BTP)
ทำระบบแยก แล้วเชื่อมต่อกัน
3. เตรียม Custom Code ก่อนขึ้น S/4HANA
Custom Code เดิม “เอาขึ้นไปตรงๆ ไม่ได้”
ขั้นตอนสำคัญ
1. ตรวจสอบโค้ด ใช้เครื่องมือดังนี้
- ATC (ABAP Test Cockpit)
- Custom Code Migration App
2. จัดกลุ่มโค้ด
SAP แนะนำ 4 กลุ่ม ดังนี้
- Unused → ลบทิ้ง
- Adapt → แก้ให้ใช้ได้
- Replace (Renovate) → ใช้ Standard แทน
- Rebuild (Innovate) → เขียนใหม่ด้วยเทคโนโลยีใหม่
ซึ่งตรงจุดนี้จะช่วย “ลด effort ในการทำงานได้มหาศาล”
4. RAP (RESTful ABAP Programming) อนาคตของ ABAP
RAP คือโมเดลพัฒนาใหม่ของ SAP
ทำไม RAP สำคัญ?
- รองรับ Clean Core
- ใช้ได้ทั้ง On-premise และ Cloud
- สร้าง UI + API ได้เร็วมาก
- ลดโค้ด Frontend
โครงสร้าง RAP (เข้าใจง่าย)
แบ่งเป็น 3 Layer
- Data Model (CDS View)
จัดการข้อมูล - Business Logic (Behavior)
กำหนด logic เช่น create/update/delete - Service Layer (OData)
เปิดให้ UI หรือระบบอื่นใช้
Flow การทำงาน
- ดึงข้อมูล → CDS
- ใส่ logic → Behavior
- จัด UI → Annotation
- เปิด API → Service Binding
ได้แอปใช้งานจริง “โดยแทบไม่ต้องเขียน frontend”
5. Developer ต้องปรับตัวอย่างไร
Skill ที่จำเป็น
- CDS View (สำคัญมาก)
- SQL / Database Thinking
- Object-Oriented ABAP
- OData / API
- Eclipse (ADT) แทน SAP GUI
การคิดวิธีใหม่
จาก
เขียน report / program
เป็น
สร้าง Business Object ที่ทำงานได้ครบวงจร
การเปลี่ยนไป S/4HANA ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยน “วิธีคิด” ซึ่งสิ่งที่ต้องโฟกัสมีดังนี้
- ลด Custom Code ที่ไม่จำเป็น
- ใช้ Clean Core
- เตรียมโค้ดก่อนย้ายระบบ
- เรียนรู้ RAP ให้เร็วที่สุด
เพราะ RAP ไม่ใช่ “ทางเลือก” แต่คือ “อนาคต”
การพัฒนา ABAP แบบสมัยใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องของ “เทคนิค” แต่เป็นเรื่องของ “ความคุ้มค่าทางการเงิน” ขององค์กรในระยะยาว
พร้อมที่จะเปลี่ยน Legacy Code ให้เป็นความได้เปรียบทางธุรกิจแล้วหรือยัง?
ให้ ZyGen ช่วยทำ Assessment ระบบเดิมของคุณ และวาง Roadmap การพัฒนาสู่ Modern ABAP ที่ยั่งยืนและรองรับอนาคตอย่างแท้จริง
ติดต่อทีมที่ปรึกษาของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์ม
แชร์บทความ:
- Related Articles



