ปกบทความPower Apps คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้างในงานธุรกิจ

Power Apps คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้างในงานธุรกิจ

Power Apps คือเครื่องมือสร้างแอปพลิเคชันจาก Microsoft ที่เน้นการเขียนโค้ดให้น้อยที่สุด ใช้วิธีลากวาง (Drag & Drop) แล้วใส่ลอจิกเพิ่มเติมตามที่ต้องการ ทำให้สร้างแอปสำหรับใช้งานในองค์กรได้เร็วกว่าการพัฒนาแบบเขียนโค้ดทั้งหมด Power Apps เป็นส่วนหนึ่งของ Microsoft Power Platform ซึ่งรวมเครื่องมืออื่นอย่าง Power Automate และ Power BI ไว้ด้วยกัน

จุดที่หลายบริษัทไทยยังไม่รู้ คือองค์กรที่จ่ายค่า Microsoft 365 อยู่แล้วเพื่อใช้อีเมลหรือ Excel เบสิก มักมี Power Platform รวมอยู่ในแพ็กเกจโดยไม่รู้ตัว คุณฟ้า Head of Low Code No Code Service จาก ZyGen เปรียบเทียบไว้ในรายการ “ชวนคุยเทคสไตล์ ZyGener” ว่าเหมือนมี “โรงงานผลิตระบบ” อยู่ในมือ แต่ยังไม่เคยหยิบมาใช้ 

Power Apps ต่างจากการพัฒนาแอปแบบเดิมอย่างไร 

หน้าจอแอปพลิเคชัน E-Approval ที่สร้างด้วย Power Apps

ความต่างหลักอยู่ที่ความเร็วและคนที่ลงมือทำ การพัฒนาแบบเดิมให้ทีม IT เขียนโค้ดทุกบรรทัดจะได้ระบบที่ครบถ้วนและสมบูรณ์เกือบ 100% แต่ใช้เวลานาน อาจเป็นหลักไตรมาสสำหรับระบบที่ไม่ซับซ้อนมากด้วยซ้ำ ส่วน Power Apps เปิดให้ทีมธุรกิจที่ไม่ได้เป็นโปรแกรมเมอร์สร้างแอปเองได้ 

ตามที่คุณฟ้าอธิบายไว้ แอปที่ทีมธุรกิจสร้างเองอาจได้ความสมบูรณ์ราว 70% เทียบกับงานที่ IT ทำเต็มรูปแบบ แต่ข้อดีคือคนที่สร้างเข้าใจปัญหาและขั้นตอนการทำงานของตัวเองดีที่สุด ทำให้สร้างแอปแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ในเวลาไม่กี่วัน และช่วยทดสอบได้ก่อนว่าฟีเจอร์ไหนจำเป็นจริง ก่อนตัดสินใจลงทุนพัฒนาเพิ่ม 

รูปแบบนี้ยังช่วยแก้ปัญหาคอขวดที่พบบ่อยในหลายองค์กร คือทีมธุรกิจมีไอเดียอยากพัฒนาระบบ แต่ต้องต่อคิวรอทีม IT หรือ Vendor ภายนอก เมื่อทีมธุรกิจพัฒนาระบบที่ไม่ซับซ้อนได้เอง งานเดินหน้าได้เร็วขึ้น ขณะที่ทีม IT ได้โฟกัสกับระบบที่ซับซ้อนจริงๆ 

ธุรกิจใช้ Power Apps แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง 

ธุรกิจส่วนใหญ่เริ่มใช้ Power Apps จากงาน manual ที่ทำซ้ำๆ และเสี่ยงต่อความผิดพลาดจากคน ตัวอย่างที่พบบ่อยในองค์กรไทยตามที่คุณฟ้ายกไว้ ได้แก่ 

  • ระบบนับสต๊อกสินค้า เปลี่ยนจากการจดกระดาษแล้วนำมาคีย์ลง Excel มาเป็นแอปบนมือถือที่สแกน QR Code หรือ Barcode เพื่อตัดสต๊อกลงระบบกลางทันที ลดงาน manual และได้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ 
  • ระบบบันทึกการเยี่ยมลูกค้า ให้ทีมขายกรอกข้อมูลผ่านแอปแทนการพิมพ์ลง SharePoint หรือ Excel ทีละคน 
  • ระบบอนุมัติงาน เปลี่ยนจากการส่งอีเมลอนุมัติหลายทอดมาเป็นการกด Submit ผ่านแอป พร้อมแจ้งเตือนผู้มีสิทธิ์อนุมัติทันที 

หน้าจอแอปพลิเคชัน Contract Management ที่สร้างด้วย Power Apps

Power Apps ช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนได้แค่ไหน 

การวัดผลตอบแทนจาก Power Apps ทำได้ง่ายที่สุดจากเวลาที่ประหยัดได้ต่อรายการงาน คุณฟ้ายกตัวอย่างการคำนวณแบบคร่าวๆ ไว้ว่า หากงานหนึ่งอย่างเช่นการค้นหาเอกสารย้อนหลังเคยใช้เวลาราว 30 นาทีต่อรายการ แล้วลดลงเหลือไม่ถึง 5 นาทีต่อรายการหลังทำเป็นระบบ จะประหยัดได้ประมาณ 25 นาทีต่อรายการ 

ถ้าทีมมี 2 คน ทำงานลักษณะนี้คนละ 10 รายการต่อวัน จะประหยัดเวลารวมได้ราว 8 ชั่วโมงต่อวัน ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างประกอบการคำนวณเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ผลลัพธ์จริงจากลูกค้ารายใดรายหนึ่ง แต่สะท้อนวิธีคิดที่ใช้ประเมิน ROI ก่อนตัดสินใจลงทุนได้ 

มีองค์กรระดับโลกใช้ Power Apps บริหารโครงการอย่างไร 

ตัวอย่างระดับโลกที่แสดงให้เห็นว่า Power Apps ใช้ได้จริงในระดับองค์กรใหญ่ คือกรณีของ Adani Green Energy Limited (AGEL) บริษัทพลังงานจากอินเดีย ตามข้อมูลจาก Microsoft Customer Stories AGEL เผชิญปัญหาข้อมูลโครงการกระจัดกระจายอยู่ใน spreadsheet อีเมล และระบบที่ไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้ผู้บริหารขาดข้อมูลที่ทันเวลาในการติดตามความคืบหน้า 

AGEL ร่วมกับ Microsoft และพาร์ทเนอร์ผู้ติดตั้งระบบสร้างแอป “Digital Canvas” บน Power Platform เพื่อรวมการติดตามโครงการ การดูแลด้านการเงิน และการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไว้ในที่เดียว ผลลัพธ์ที่ Microsoft รายงานคือ ลดงานจัดทำเอกสารด้วยมือลง 50% เร่งรอบการรายงานให้เร็วขึ้น 40% มีผู้บริหารและผู้จัดการโครงการใช้งานจริงถึง 90% และครอบคลุมมากกว่า 70 โครงการ 

ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Power Apps รองรับการใช้งานได้ตั้งแต่ระบบเล็กๆ ในทีมไปจนถึงการบริหารโครงการระดับองค์กร 

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้ Power Apps 

Power Apps ไม่เหมาะกับทุกงาน โดยเฉพาะงานที่ต้องพึ่งพาบุคคลที่สามในปริมาณมาก เช่น ระบบที่ต้องเซ็นเอกสารจำนวนมากร่วมกับผู้ให้บริการอย่าง DocuSign หรือ Adobe Sign หากสร้างบน Power Apps จะต้องเสียทั้งค่า License และค่า Power Apps Premium License ซ้อนกัน คุณฟ้าให้ความเห็นว่ากรณีลักษณะนี้พัฒนาเป็น Web App แยกต่างหากมักคุ้มค่ากว่า 

การมี AI อย่าง Microsoft Copilot เข้ามาช่วยใน Power Platform ก็ยังไม่ได้แทนที่คนทั้งหมด Copilot ช่วยตั้งต้นสร้างแอปจากคำสั่งภาษาพูดและสร้างโครงสร้างหน้าจอกับฐานข้อมูลให้ แต่ลอจิกที่ซับซ้อนยังต้องให้คนเข้าไปปรับปรุงต่อ ข้อดีของ Copilot เทียบกับ AI ภายนอกทั่วไปคือสร้างออกมาเป็น Power Apps ที่เชื่อมต่อข้อมูลเดิมได้ทันที ขณะที่ AI ภายนอกมักสร้างโค้ดเป็น HTML ซึ่งเป็นคนละภาษากับ Power FX ที่ Power Apps ใช้ และต่อพ่วงกับฐานข้อมูล Microsoft ได้ยากกว่า 

Power Apps ปลอดภัยพอสำหรับใช้งานในองค์กรหรือไม่ 

Power Apps ออกแบบมาให้ทีม IT ยังคงควบคุมความปลอดภัยได้ ไม่ใช่การปล่อยให้พนักงานสร้างแอปได้อย่างอิสระโดยไม่มีการกำกับดูแล ทีม IT กำหนดกรอบการทำงานได้หลายชั้น เช่น การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งานแบบ role-based การแยก Environment สำหรับ Dev UAT และ Production และการตั้งค่า Data Policy ว่าแอปใดเชื่อมต่อกับข้อมูลชุดใดได้บ้าง 

Power Apps เหมาะกับธุรกิจแบบไหน และควรเริ่มต้นอย่างไร 

Power Apps เหมาะกับธุรกิจที่มีงาน manual ซ้ำๆ อยู่จำนวนมาก และต้องการให้ทีมที่เข้าใจหน้างานจริงมีส่วนร่วมสร้างระบบเอง โดยเฉพาะองค์กรที่ทีม IT มีกำลังคนจำกัดและต้องจัดลำดับความสำคัญของงานที่ซับซ้อนกว่า 

จุดเริ่มต้นที่ได้ผลตามคำแนะนำจากทีม ZyGen คือเริ่มจากงาน manual เล็กๆ ที่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำๆ เช่นฟอร์มขออนุมัติ ทำเป็นแอปเล็กๆ ให้เห็นผลลัพธ์ก่อน แล้วค่อยขยายผลไปยังงานอื่น การมีผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำแนวทางตั้งแต่การวางโครงสร้าง Environment ไปจนถึงการกำหนด Governance จะช่วยให้เริ่มต้นได้เร็วขึ้นและไม่ต้องแก้ปัญหาซ้ำในภายหลัง

คำถามที่พบบ่อย

1. Power Apps กับ Power Automate ต่างกันอย่างไร

Power Apps ใช้สร้างหน้าจอแอปที่คนเข้าไปกรอกข้อมูลหรือดูข้อมูลโต้ตอบได้ ส่วน Power Automate เน้นสร้าง workflow อัตโนมัติเบื้องหลัง เช่น การส่งอีเมลแจ้งเตือนเมื่อมีการอนุมัติ ทั้งสองเครื่องมือมักใช้ร่วมกัน โดย Power Apps เป็นหน้าบ้านและ Power Automate เป็นหลังบ้าน

2. ต้องมีพื้นฐานเขียนโปรแกรมก่อนถึงจะใช้ Power Apps ได้ไหม

ไม่จำเป็น Power Apps ออกแบบมาให้ทีมธุรกิจที่ไม่มีพื้นฐานเขียนโค้ดสร้างแอปพื้นฐานได้เองผ่านการลากวาง แต่สำหรับระบบที่มีลอจิกซับซ้อนหรือต้องเชื่อมต่อระบบอื่นจำนวนมาก การมีทีมที่ปรึกษาช่วยวางโครงสร้างตั้งแต่ต้นจะลดความเสี่ยงที่ต้องรื้อแก้ภายหลัง

3. Microsoft Copilot จะมาแทนที่การจ้างทีมพัฒนา Power Apps หรือไม่

ยังไม่ใช่ในตอนนี้ Copilot ช่วยตั้งต้นสร้างโครงสร้างแอปจากคำสั่งภาษาพูดได้เร็วขึ้น แต่ลอจิกที่ซับซ้อน การเชื่อมต่อระบบเดิม และการวาง Governance ยังต้องอาศัยคนที่มีประสบการณ์เข้ามาปรับแต่งต่อ

Power Apps เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจแปลงงาน manual ให้เป็นระบบได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอคิวพัฒนาระบบแบบเดิมเสมอไป หากต้องการดูว่า Power Apps เหมาะกับกระบวนการทำงานขององค์กรแบบไหน และควรวางโครงสร้างอย่างไรให้ปลอดภัยและขยายผลได้ในระยะยาว ทีมที่ปรึกษาของ ZyGen ช่วยประเมินและวางระบบให้ได้ตั้งแต่จุดเริ่มต้น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาแอปด้วย Microsoft Power Apps ได้ในบทความ Power Apps เครื่องมือพัฒนาแอปจาก Microsoft 

ติดต่อทีมที่ปรึกษาของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์ม

แชร์บทความ:  

Facebook
Twitter
LinkedIn
Scroll to Top