ปกบทความ SAP B1 Thai Localization

SAP Business One Thai Localization คืออะไร? ครบทุกเรื่องที่ธุรกิจไทยต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

SAP Business One Thai Localization คือส่วนที่ทำให้ SAP Business One รองรับภาษีและเอกสารของประเทศไทย โดยส่วน Core ที่ต้องรองรับคือ VAT และ WHT รวมถึง ภ.ง.ด.3 / ภ.ง.ด.53 และเอกสาร/รายงานที่เกี่ยวข้อง ส่วน e-Tax Invoice และ e-Receipt เป็นความสามารถเพิ่มเติม ที่สามารถติดตั้งเป็น Add-on / Integration ได้ หากบริษัทต้องการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร 

SAP ออกแบบ SAP B1 ให้มีแกนกลางเดียวกันสำหรับทุกประเทศเป็นแบบมาตรฐาน แล้วให้พาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการของ SAP ในแต่ละประเทศพัฒนาและติดตั้งส่วน Localization เพิ่มเข้าไปตามกฎหมายของแต่ละที่ 

บทความนี้จะอธิบายครบทั้ง Thai Localization ของ SAP B1 คืออะไร ครอบคลุมอะไรบ้าง เพื่อให้ธุรกิจเห็นภาพครบทั้งหมดก่อนตัดสินใจว่าจะนำ Thai Localization นี้ไปใช้กับธุรกิจของคุณหรือไม่ 

SAP Business One Thai Localization คืออะไร ต่างจาก SAP B1 มาตรฐานยังไง 

SAP Business One เป็นซอฟต์แวร์ ERP ระดับโลกที่ SAP ออกแบบมาให้ใช้งานได้หลายประเทศ ตัวระบบหลักจึงเป็นแกนกลางที่เหมือนกันทุกที่ ส่วนกฎหมายภาษีและการบัญชีที่แต่ละประเทศมีข้อกำหนดไม่เหมือนกัน ทาง SAP จึงให้พาร์ทเนอร์ในแต่ละประเทศเป็นคนพัฒนาเพิ่มเข้าไปเองได้ เรียกว่า Localization

ภาพตัวอย่างหน้าจอ SAP B1 ภาษาไทย
รูปนี้เป็นเพียงภาพตัวอย่างประกอบบทความเท่านั้น

 

สำหรับประเทศไทย Localization หมายถึงการเพิ่มความสามารถ 4 กลุ่มหลักเข้าไปใน SAP B1 มาตรฐาน ได้แก่  

  1. การคำนวณและยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 
  2. การจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายและใบหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) 
  3. รูปแบบเอกสารและรายงานบัญชีตามที่กฎหมายไทยกำหนด 
  4. การเชื่อมต่อกับระบบ e-Tax Invoice ของกรมสรรพากร 

ซึ่งรายละเอียดของแต่ละส่วนอยู่ในหัวข้อถัดไป

SAP B1 คำนวณและยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของไทยยังไง

Localization ที่ถูกต้องจะตั้งค่าให้ SAP B1 คำนวณ VAT ตามอัตราปัจจุบันของไทยโดยอัตโนมัติในทุกเอกสารขายและซื้อ ปัจจุบันอัตรา VAT มาตรฐานของไทยอยู่ที่ 7% ซึ่งเป็นอัตราลดพิเศษจากอัตราเดิม 10% ที่กฎหมายกำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มใช้ VAT ในปี 2535 และคณะรัฐมนตรีต่ออายุอัตรา 7% นี้ต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ล่าสุดขยายเวลาไปถึงสิ้นเดือนกันยายน 2569

ภาพตัวอย่าง ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี จาก iTAX
Source: iTAX

จุดที่ทำให้หลายบริษัทเจอปัญหาไม่ใช่ตัวอัตราภาษี แต่คือรายงานที่ต้องยื่นกรมสรรพากร (ภ.พ.30) และรูปแบบใบกำกับภาษีที่ต้องตรงตามที่กฎหมายกำหนดทุกช่อง ถ้าระบบไม่ได้ตั้งค่า Localization ไว้ตั้งแต่ต้น ทีมบัญชีมักต้องแก้ไขเอกสารด้วยมือทุกรอบ ซึ่งเป็นจุดที่ตัวเลขคลาดเคลื่อนได้ง่ายเมื่อปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้น 

SAP B1 จัดการภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) ยังไงบ้าง

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นส่วนที่ซับซ้อนที่สุดของ Thai Localization เพราะอัตราภาษีแตกต่างกันตามประเภทของธุรกรรม ไม่ใช่อัตราเดียวเหมือน VAT ตัวอย่างอัตราที่พบบ่อยในธุรกิจทั่วไป

ประเภทธุรกรรม อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย 
ค่าบริการ/ค่าจ้างทำของ (นิติบุคคลไทย) 3% 
ค่าโฆษณา 2% 
ค่าเช่า 5% 
ค่าขนส่ง (ไม่รวมขนส่งมวลชน) 1% 
ดอกเบี้ยระหว่างบริษัทในประเทศ 1% 
ค่าลิขสิทธิ์ (ในประเทศ) 3% 
เงินปันผล 10% 
รางวัลจากการประกวด/ชิงโชค 5% 

Localization ที่ดีจะให้ระบบเลือกอัตราตามประเภทธุรกรรมโดยอัตโนมัติ ออกใบหัก ณ ที่จ่ายให้คู่ค้าในรูปแบบที่ถูกต้อง และสร้างรายงานสำหรับยื่นแบบ ภ.ง.ด. ได้ตรงกับสิ่งที่บันทึกไว้ในระบบ โดยปกติหลายบริษัทที่ยังไม่ได้ทำ Localization เต็มรูปแบบมักแก้ปัญหาด้วยการทำไฟล์ Excel แยกต่างหาก ซึ่งใช้ได้ในช่วงที่ปริมาณธุรกรรมยังน้อย แต่ตัวเลขระหว่าง Excel กับ SAP B1 มักเริ่มไม่ตรงกันเมื่อธุรกิจโตขึ้น

นอกจากนี้อัตราภาษีอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามประกาศของกรมสรรพากร ดังนั้นธุรกิตควรตรวจสอบอัตราล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนนำไปตั้งค่าจริงในระบบ

เอกสารและรายงานบัญชีต้องเป็นภาษาไทยไหม ถ้าใช้ SAP Business One

ตอบสั้นๆ คือต้องเป็นภาษาไทย กฎหมายไทยกำหนดให้บัญชี งบการเงิน และเอกสารประกอบต้องบันทึกเป็นภาษาไทย หรือถ้าเป็นภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลภาษาไทยกำกับด้วย และต้องเก็บรักษาไว้ที่สถานประกอบการอย่างน้อย 5 ปี ซึ่งกรมสรรพากรสามารถขยายเป็น 7 ปีได้ในบางกรณี

Thai Localization จึงต้องครอบคลุมมากกว่าการคำนวณภาษี เพราะต้องตั้งค่าให้เอกสารทางบัญชีอย่างใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน และรายงานที่ต้องยื่นหน่วยงานราชการ ออกมาเป็นภาษาไทยและอยู่ในรูปแบบที่ผู้ตรวจสอบบัญชีและกรมสรรพากรกำหนดไว้

e-Tax Invoice กับ e-Receipt เกี่ยวข้องกับ Thai Localization ยังไง 

ภาพตารางเทียบ e-tax invoice & receipt และ e-tac invoice by time stamp
Source: กรมสรรพากร

e-Tax Invoice และ e-Receipt คือระบบใบกำกับภาษีและใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Thai Localization แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันตัว e-Tax Invoice และ e-Reciept ยังเป็นระบบ สมัครใจ ไม่ใช่ข้อบังคับ สำหรับธุรกิจทั่วไป

โดยกรมสรรพากรกำหนดวิธีเข้าร่วมโครงการไว้ 2 แบบตามขนาดธุรกิจ ภายใต้กฎกระทรวง ฉบับที่ 384 (พ.ศ. 2565) และพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 

  • e-Tax Invoice & e-Receipt: ใช้ได้ทุกขนาดธุรกิจ ต้องมีลายเซ็นดิจิทัลและใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ส่งไฟล์รูปแบบ PDF/A-3 หรือ XML ผ่านระบบอัปโหลด หรือเชื่อมต่อโดยตรง (สำหรับองค์กรที่มีเอกสารมากกว่า 500,000 ฉบับต่อเดือน) 
  • e-Tax Invoice by Email: สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี ใช้การประทับเวลาจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แทนลายเซ็นดิจิทัล

รัฐบาลยังให้แรงจูงใจเพิ่มเติมสำหรับธุรกิจที่ใช้ระบบ e-Withholding Tax (e-WHT) คู่กัน โดยลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 1% สำหรับธุรกรรมที่เข้าเงื่อนไข และคณะรัฐมนตรีเพิ่งอนุมัติขยายมาตรการนี้ต่อไปจนถึงสิ้นปี 2570 แต่เนื่องจากยังไม่ใช่ข้อบังคับ การเชื่อมต่อ e-Tax Invoice ใน SAP B1 จึงมักเป็น Add-on แยกต่างหากจากการตั้งค่า VAT/WHT พื้นฐาน แต่ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าในการพิจารณาเพิ่ม

SAP B1 มีหน้าจอและเมนูภาษาไทยไหม

SAP Business One รองรับการแสดงผลหลายภาษาผ่านฟีเจอร์ Multi-Language Support ซึ่งให้ผู้ใช้งานกำหนดคำแปลของค่าต่างๆ และแสดง/พิมพ์เอกสารเป็นภาษาที่กำหนดไว้ตามคู่ค้าแต่ละราย ในทางปฏิบัติ ทีมงานไทยส่วนใหญ่ยังคงใช้หน้าจอหลักเป็นภาษาอังกฤษ (ซึ่งเป็นภาษามาตรฐานของระบบ) และให้ Localization เข้ามาจัดการเฉพาะส่วนที่กฎหมายบังคับให้เป็นภาษาไทย เช่น เอกสารบัญชีและรายงานที่ต้องยื่นหน่วยงานราชการตามหัวข้อก่อนหน้า มากกว่าจะแปลทั้งระบบ

ทำไม Thai Localization ถึงไม่ได้มาให้พร้อมกับ SAP B1 มาตรฐาน

เพราะ SAP ออกแบบ SAP Business One ให้เป็นแกนกลางเดียวกันสำหรับทุกประเทศที่ขาย แล้วเปิดให้พาร์ทเนอร์ในแต่ละประเทศพัฒนา Localization เพิ่มเติมตามกฎหมายท้องถิ่น นี่ไม่ใช่ข้อจำกัดเฉพาะประเทศไทย แต่เป็นโมเดลเดียวกันที่ SAP ใช้ทั่วโลก การซื้อ SAP B1 โดยตรงจากต่างประเทศจึงไม่ได้แปลว่าจะได้ระบบภาษีไทยมาด้วยโดยอัตโนมัติ ดังนั้นการมีพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นที่ได้รับการรองรับจาก SAP เพื่อเข้ามาติดตั้งและดูแลระบบจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับธุรกิจไทย 

ตรงนี้เองที่เป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือกพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้และมีประสบการณ์จึงสำคัญไม่แพ้การเลือกซอฟต์แวร์ เพราะคุณภาพของ Localization ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของพาร์ทเนอร์ที่ทำงานกับกฎหมายภาษีไทยจริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SAP Business One Thai Localization

1. SAP B1 มีระบบภาษีไทยในตัวไหม?

ไม่มี SAP Business One เวอร์ชันมาตรฐานที่ซื้อจาก SAP ไม่ได้รวมระบบภาษีไทยมาให้ แต่สามารถติดตั้ง Localization เพิ่มเติมผ่านพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นที่ผ่านการรับรองได้

2. ซื้อ SAP ตรงจากต่างประเทศแล้ว ทำไมยังต้องมีพาร์ทเนอร์ไทยช่วยเรื่องภาษี?

เพราะ SAP ออกแบบให้ Localization เป็นงานของพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นในทุกประเทศที่ขาย ไม่ใช่เฉพาะไทย ดังนั้นแม้ซื้อตรงจากต่างประเทศก็ยังต้องมีพาร์ทเนอร์ไทยเข้ามาติดตั้งส่วนภาษีีีให้เพิ่มเติม

3. ทำไมต้องซื้อ Add-on แยกสำหรับ e-Tax Invoice ใน SAP B1?

เพราะ e-Tax Invoice ต้องเชื่อมต่อกับระบบของกรมสรรพากรโดยเฉพาะ ซึ่งไม่ได้รวมอยู่ในการตั้งค่า VAT/WHT พื้นฐาน และยังเป็นระบบที่สมัครใจ ไม่ใช่ข้อบังคับ จึงมักขายแยกเป็น Add-on ต่างหาก

4. จะรู้ได้ยังไงว่า Localization ที่จ้างทำไปแล้วถูกต้องจริง?  

วิธีตรวจง่ายที่สุดคือถามให้เจาะจง เช่น ให้พาร์ทเนอร์อธิบายว่าระบบตั้งค่าอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามประเภทธุรกรรมยังไง หรือขอดูตัวอย่างรายงาน ภ.พ.30 ที่ออกจากระบบจริง เพราะการเห็นตัวอย่างเอกสารจริงจะบอกได้ชัดว่าพาร์ทเยอร์รายนั้นๆ เข้าใจเกี่ยวกับกฏหมายภาษีประเทศไทยจริงหรือไม่

สรุป

Thai Localization ของ SAP Business One ไม่ได้เป็นเพียงหนึ่งฟีเจอร์ แต่เป็น Add-on ที่ครอบคลุม VAT, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, เอกสารบัญชีภาษาไทย และ e-Tax Invoice ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถจัดการภาษีและบัญชีได้อย่างราบรื่นตามข้อกำหนด  

ติดต่อทีมที่ปรึกษาของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์ม

แชร์บทความ:  

Facebook
Twitter
LinkedIn
Scroll to Top