Case Study: Summit Auto Body พลิกโฉมองค์กรด้วย RPA Automation
ถ้าคุณผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ให้โรงงานประกอบ ความผิดพลาดแม้แค่ครั้งเดียวอาจหยุดสายการผลิตทั้งโรงงานได้เลย
นี่คือแรงกดดันที่ Summit Auto Body (SAB) อยู่กับมันทุกวัน ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำของไทย บริษัทต้องส่งของให้ถูก ให้ครบ และให้ตรงเวลา ภายใต้มาตรฐาน Just-in-Time ที่ไม่มีที่ว่างให้กับความผิดพลาด
แต่ปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เครื่องจักรในโรงงาน แต่มันอยู่ที่โต๊ะทำงานของพนักงาน…
Table of Contents
ToggleSAB กับปัญหาที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
พนักงานแต่ละคนทำงานเดียวกัน แต่ทำคนละแบบ บางคนเริ่มจากขั้นตอนที่ 1 บางคนข้ามไปขั้นตอนที่ 3 ก่อน ทำแบบไม่มีมาตรฐานกลาง จริงๆ แล้วไม่มีใครผิด เพราะไม่เคยมีใครกำหนดขั้นตอนไว้อย่างชัดเจน
ผลที่ตามมาคือ ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน งานที่ต้องทำซ้ำ และ Human Error ที่เกิดขึ้นอย่างเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว ในอุตสาหกรรมที่ทุกนาทีมีความหมาย นี่คือต้นทุนที่ซ่อนอยู่และสะสมโดยไม่มีใครวัดได้
SAB รู้ว่าอยากเดินหน้าสู่ Factory Automation แต่ก็รู้ด้วยว่า ถ้าเอาระบบอัตโนมัติไปครอบบนกระบวนการที่ยังยุ่งเหยิง สิ่งที่ตามมาคือความยุ่งเหยิงที่เร็วขึ้น ไม่ใช่การแก้ปัญหา

ต้องจัดบ้านก่อน แล้วค่อยสร้างหุ่นยนต์
ทีม ZyGen เลือกเข้ามาทำงานร่วมกับทีมผู้ใช้งานจริงตั้งแต่แรก ทั้งลงพื้นที่ เก็บข้อมูล และนั่งคุยกับคนที่ทำงานนั้นอยู่ทุกวัน เพื่อจะได้เข้าใจว่ากระบวนการที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร จากนั้นจึงวางลำดับขั้นตอนให้ชัดเจนเป็น 1 → 2 → 3 → 4 → 5 ที่ทุกคนต้องทำเหมือนกันหมด
ควบคู่กันนั้น ทีมยังแบ่งขอบเขตให้ชัดว่า งานไหนควรให้คนทำ (การตัดสินใจ การวางกลยุทธ์) และงานไหนควรให้ระบบทำแทน (งานซ้ำ ดึงข้อมูล ตรวจสอบตัวเลข)
แนวคิดนี้ดูเรียบง่าย แต่คือหัวใจของทุกอย่างที่ตามมา

2 งานที่เปลี่ยนภาพไปทันที
งานแรก: งานรับคำสั่งซื้อแบบ Just-in-Time
ทุกเช้า 07.00 น. ระบบจะตรวจคำสั่งซื้อจากหน้าเว็บลูกค้าโดยอัตโนมัติ เชื่อมกับ SAP เพื่อเช็กสต็อกทันที ถ้าของพร้อม ออกใบสั่งขายได้เลย ถ้าของไม่พอ ก็ส่งข้อมูลเข้าแผนการผลิตล่วงหน้าโดยไม่ต้องรอให้ใครมานั่งเฝ้าจอ
พนักงานไม่ต้องตื่นมาทำงานแบบเดิมอีกต่อไป กระบวนการไหลต่อเนื่องและยืดหยุ่นกว่าเดิมมาก
งานที่สอง: กระทบยอดธนาคาร
งานที่เคยใช้เวลาทำทั้งวัน กลายเป็นงานที่ระบบทำให้โดยอัตโนมัติ ดึง Bank Statement เทียบกับข้อมูลใน SAP และจัดทำสรุปรายการที่ตรงและไม่ตรงกัน พนักงานบัญชีจะเห็นแค่รายการที่ผิดปกติ ไม่ต้องนั่งไล่ทีละบรรทัดอีกต่อไป และทุกรายการมี Audit Trail ที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ครบ 100%

ส่งมอบงานได้ใน 2 เดือน ไม่ใช่แค่ 6–12 เดือน
ZyGen ใช้วิธีทำงานแบบ Agile ปรับแผนทุกสัปดาห์ ทีมที่ปรึกษานั่งทำงานร่วมกับพนักงานที่ดูแลขั้นตอนนั้นจริงๆ และมีการอัปเดตความคืบหน้าตลอด แทนที่จะปล่อยให้โปรเจกต์นั่นเงียบหายไปเป็นเดือน
ผลคือ ส่งมอบงานจริงภายใน 2–3 เดือน เทียบกับการ Implement แบบดั้งเดิมที่มักใช้เวลา 6–12 เดือนต่อโครงการ
ตัวเลขที่วัดผลได้จริง
| ผลลัพธ์ | ตัวเลข |
|---|---|
| ประหยัดต้นทุนต่อปี | 760,000 บาท |
| ประหยัดเวลาต่อปี | 3,800 ชั่วโมง |
| ลด Human Error | 90% |
| ความแม่นยำของข้อมูลเพิ่มขึ้น | 90% |
| ลดเวลาเตรียม Audit | 50% |
| ปิดบัญชีเร็วขึ้น | 70% |
| Process ตรวจสอบย้อนหลังได้ | 98% |
คนไม่ได้ถูกแทนที่ แต่ถูกยกระดับขึ้น
สิ่งที่ ZyGen ยึดถือตลอดโครงการนี้ก็คือ ระบบอัตโนมัติไม่ได้มาลดคน แต่มาปลดปล่อยคนออกจากงานซ้ำซากที่ไม่ได้ใช้ความสามารถจริงๆ เพื่อให้คนไปโฟกัสกับงานที่หุ่นยนต์ทำไม่ได้ เช่น การวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการวางกลยุทธ์
SAB ไม่ได้หยุดแค่นั้น พวกเขายังอบรม Key Users ให้สร้าง Automation Project ของตัวเองได้ ขยายผลออกไปทั่วองค์กรแบบ “ใยแมงมุม” พร้อมต่อยอดไปถึง Power BI Dashboard เพื่อให้ทุกแผนกวิเคราะห์ข้อมูลได้ด้วยตัวเอง
ไม่ต้องรอทีมที่ปรึกษาทุกครั้ง และไม่ต้องรอแค่เฉพาะโครงการใหญ่ ก็สามารถเติบโตจากภายในได้เลย

คำถามที่พบบ่อย
RPA (Robotic Process Automation) คือ ซอฟต์แวร์ที่ทำงานแทนมนุษย์ในขั้นตอนซ้ำๆ เช่น ดึงข้อมูล กรอกเอกสาร หรือกระทบยอด โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบ IT เดิม ต่างจาก AI ตรงที่ RPA ทำตามกฎที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เหมาะกับงานที่มีขั้นตอนชัดเจนและทำซ้ำทุกวัน
กรณีของ Summit Auto Body ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในไทย ประหยัดต้นทุนได้ 760,000 บาทต่อปี และประหยัดเวลาได้ 3,800 ชั่วโมงต่อปี จากการ Automate เพียง 2 กระบวนการ ได้แก่ การรับคำสั่งซื้อ และการกระทบยอดธนาคาร
ขึ้นอยู่กับวิธีการทำงาน ZyGen ใช้แนวทาง Agile Automation ที่ส่งมอบผลลัพธ์จริงภายใน 2–3 เดือน เทียบกับการ Implement แบบดั้งเดิมที่ใช้เวลา 6–12 เดือนต่อโครงการ กุญแจสำคัญคือการเริ่มจาก Quick Win Process ก่อน แล้วค่อยขยายผล
สิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกซอฟต์แวร์ คือ การจัดระเบียบกระบวนการก่อน งานที่ขาดมาตรฐานและแต่ละคนทำต่างกัน ถ้านำ Automation เข้าไปครอบโดยไม่แก้ปัญหานี้ก่อน จะได้ความผิดพลาดที่เร็วขึ้น ไม่ใช่ระบบที่ดีขึ้น ZyGen จะเริ่มจากการวางมาตรฐานของกระบวนการ ร่วมกับทีมงานจริงก่อนเสมอ
นั่นไม่ใช่เป้าหมาย แนวทางของ ZyGen คือ โอนย้ายพนักงานจากงานซ้ำซากไปสู่งานที่ใช้ทักษะมนุษย์จริงๆ เช่น การวิเคราะห์และวางกลยุทธ์ พร้อมอบรมให้เป็น Citizen Developer ที่สร้างระบบอัตโนมัติเพิ่มเติมได้เองโดยไม่ต้องพึ่งที่ปรึกษาตลอดเวลา
ได้ เพราะกระบวนการที่ ZyGen แก้ให้ Summit Auto Body เช่น การรับ Order อัตโนมัติ และกระทบยอดบัญชี เป็นงานที่พบในแทบทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่โลจิสติกส์ การผลิต ไปจนถึงบริการทางการเงิน หลักการเดียวกันนี้นำไปปรับใช้ได้กับทุกองค์กรที่มีงานซ้ำ ข้อมูลเยอะ และต้องการความแม่นยำสูง
GET IN TOUCH
ZyGen ช่วยองค์กรไทยออกแบบและติดตั้ง
ระบบ Automation ที่เริ่มได้จริง เห็นผลเร็ว และยั่งยืน
ติดต่อทีมที่ปรึกษาของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์ม
แชร์บทความ:



